สมัครเล่นรูเล็ต ลูกากูซัดคนเดียวสี่ประตูผงาดนำดาวซัลโว

สมัครเล่นรูเล็ต

ดาวยิงทีมชาติเบลเยียมกระหน่ำไปสี่ประตูรวดในเกมพาเอฟเวอร์ตันถล่มบอร์นมัธ แซงอเล็กซิส ซานเชซ, ดิเอโก้ คอสต้า ขึ้นนำดาวซัลโวแล้ว

สมัครเล่นรูเล็ต โรเมลู ลูกากู พาเอฟเวอร์ตัน ถล่มบอร์นมัธไปอย่างดุดันในเกมพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาเป็นฝ่ายชนะ เดอะ เชอร์รีส์ ไปด้วยสกอร์ 6-3 ในกูดิสัน พาร์ค ของพวกเขาเอง และยังจารึกสถิติในพรีเมียร์ลีกไปพร้อมกันด้วย

ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียม – ‘หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก’ จากคำบอกเล่าของโรนัลด์ คูมัน กุนซือทอฟฟีสีน้ำเงิน ทาบสถิติยิงประตูเร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยการกดประตูแรกให้ทีมหลังคิกออฟเพียง 30 วินาที

ยิงได้แล้วลูกากูก็เปลี่ยนมาแอสซิสต์ให้เจมส์ แม็คคาร์ธีบ้างในนาทีที่ 23 ก่อนที่เขาจะยิงเพิ่มในอีกไม่ถึง 10 นาทีถัดมา จากความผิดพลาดของไซมอน ฟรานซิส

แม้ลูกากูจะเฉียบคมในแดนหน้า แต่แนวรับเอฟเวอร์ตันก็ไม่เหนียวแน่นอีกเช่นเคย เมื่อโจชัว คิง ไล่ยิงตามมาสองประตูรวด ภาพการเสมอกับบอร์นมัธ 3-3 ในเกมไปเยือนวิทัลลิตี้ สเตเดียม กลับมาหลอกหลอน

แต่ความร้อนแรงของลูกากูก็ช่วยพวกเขาไว้ได้ ด้วยการกดสองประตูรวดในสามนาที แม้แฮร์รี อาร์เตอร์ จะยิงไล่มาอีกในนาทีสุดท้าย แต่รอสส์ บาร์คลีย์ ก็ยังตามมายิงปิดกล่องให้อีก

นี่เป็นแฮตทริคที่สองของลูกากูในฤดูกาลนี้ และเป็นแฮตทริคที่ 300 ในประวัติศาสตร์

สมัครเล่นรูเล็ต คว้าชัยรวด! ตราหมีแชมป์กลุ่มดีอัดพีเอสวี 2-0

สมัครเล่นรูเล็ต

แนวรุกเลือดน้ำหอมหมายเลข 7 แผลงฤทธิ์ยิง 1 จ่าย 1 ช่วยให้รองแชมป์เก่ากลายเป็นทีมเดียวที่เก็บชัยชนะได้ 5 นัดรวด พร้อมการันตีการคว้าอันดับ 1 ของกลุ่มดีแน่นอนแล้ว

สมัครเล่นรูเล็ต ดีเอโก้ ซิเมโอเน กุนซือเจ้าบ้าน ขอเพียงแค่ผลเสมอเท่านั้น ก็จะการันตีการคว้าแชมป์ของกลุ่มดีทันที โดยตัดสินใจให้โอกาสสามนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมลาลีกาเมื่อคืนวันเสาร์ที่แพ้เรอัล มาดริด 0-3 อย่าง ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้, โฆเซ ฆิมิเนซ และ ติอาโก้ เมนเดส ลงเป็นตัวจริง

ด้านทีมเยือนของ ฟิลิป โคคู ที่แม้จะตกรอบไปแน่นอนแล้ว แต่ยังมีลุ้นคว้าอันดับ 3 เพื่อโควตาไปเตะในยูโรป้าลีก โดยเลือกใช้ดาวยิงชาวอุรุกวัยอย่าง กัสตอน เปเรย์โร ยืนเป็นหน้าเป้า คอยทำเกมรุกร่วมกับ สตีเวน เบิร์กวิน และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้

เกมในช่วง 45 นาทีแรกแม้ว่าจะเป็นฝั่งของแอตเลติที่ครองบอลบุกเข้าใส่เหนือกว่าแบบชัดเจน แต่ก็ยังจบสกอร์กันไม่เฉียบคมที่จะเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำได้เลย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลังฝั่งของพีเอสวีเริ่มกล้าเปิดเกมรุกแลกหมัดมากขึ้นกว่าเดิม แต่กลับกลายทำให้โมเมนตัมมาเข้าทางตราหมี ที่อาศัยจังหวะสวนกลับพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ในนาทีที่ 55 โดยเป็น อองตวน กรีซมันน์ ที่จ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ เควิน กาเมโร ซัดเรียดด้วยขวาเสียบโคนเสาไกลแบบไม่ต้องจับเข้าไป ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

ถัดมานาทีที่ 66 รองแชมป์เก่ามาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ ติอาโก้ ไหลทะลุช่องเข้าริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ กรีซมันน์ ซัดมุมแคบด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งเรียดลอดรักแร้ของ เยโรน โซท นายด่านทีมเยือนตุงตาข่าย ช่วยให้โลส โคลโชเนรอสหนีห่างเป็น 2-0

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแอตเลติโก มาดริดที่เอาชนะไปได้สำเร็จ 2-0 เก็บ 15 คะแนนเต็ม จากการชนะ 5 นัดรวด คว้าอันดับ 1 ของกลุ่มดีไปครองแน่นอนแล้ว ส่วนพีเอสวีต้องชนะรอสตอฟให้ได้สถานเดียวเท่านั้น หากหวังจะได้โควตาไปเตะยูโรป้าลีกต่อไป